top
บทความ โครงสร้างพื้นฐานความเย็นสิ่งจำเป็นต่อการอยู่รอดในยุคโลกเดือด

โครงสร้างพื้นฐานความเย็นสิ่งจำเป็นต่อการอยู่รอดในยุคโลกเดือด

การเปิดตัวรายงาน Global Cooling Watch 2025 ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) ในการประชุมสภาภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30  หรือ COP30 ระหว่างวันที่ 10–21 พฤศจิกายน 2025 ณ เมืองเบเล็ง ประเทศบราซิล เผยให้เห็นแนวโน้มที่น่ากังวลว่า 

“ปัจจุบันมีประชากรมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก ที่ยังขาดการเข้าถึง โครงสร้างพื้นฐานความเย็น (Cooling Infrastructure) ที่เพียงพอ และตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านคนภายในปี ค.ศ. 2050 หากไม่มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน – COP30

รายงานระบุว่า คลื่นความร้อน (Heatwaves) เป็นภัยพิบัติด้านภูมิอากาศที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตเมืองที่อุณหภูมิอาจสูงกว่าพื้นที่โดยรอบถึง 5–10°C จากผลของ ปรากฏการณ์เกาะความร้อนเมือง (Urban Heat Island Effect) ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพื่อการทำความเย็นทั่วโลกอาจ เพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า และส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า จากระดับฐานปี ค.ศ. 2022 ไปสู่ 7.2 พันล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (COe) ภายในปี ค.ศ. 2050

ในขณะเดียวกัน ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะพุ่งสูงสุดในช่วงคลื่นความร้อน โดยเฉพาะในภูมิภาค แอฟริกาและเอเชีย ซึ่งกำลังเผชิญอุณหภูมิที่รุนแรงขึ้น การเติบโตของประชากรที่รวดเร็ว และกำลังซื้อที่จำกัด จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้าง ระบบทำความเย็น (Cooling Systems) ที่เข้าถึงได้ในราคาย่อมเยาและเป็นธรรม

รายงานยังเสนอแนวทาง “Sustainable Cooling Pathway” หรือ เส้นทางสู่การสร้างความเย็นที่ยั่งยืนและลดความเหลื่อมล้ำ โดยเน้นมาตรการเชิงออกแบบและการวางแผนแบบบูรณาการ ภายใต้แนวคิด

  • Passive Design หรือ การออกแบบสถาปัตยกรรมที่พึ่งพาระบบธรรมชาติ
  • การใช้ เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และ ระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูงและศักยภาพต่ำต่อการเกิดภาวะโลกร้อน (low-GWP refrigerants)
  • การพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานตามแนวทาง เมืองคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Cities)
  • การส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานความเย็นที่ยั่งยืนในราคาที่เป็นธรรม

แนวทางนี้สามารถ ลดความต้องการใช้อุปกรณ์ทำความเย็นได้ประมาณ 40% และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 64% เหลือเพียง 2.6 พันล้านตัน COe และหากพลังงานไฟฟ้ามาจากแหล่งคาร์บอนต่ำ จะสามารถลดได้เหลือเพียง 0.2 พันล้านตัน COe ภายในปี ค.ศ. 2050

รายงานย้ำว่า “Cooling infrastructure is essential, not a luxury, for people in a world that is getting hotter.” 

โครงสร้างพื้นฐานความเย็นไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่คือสิ่งจำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่ในโลกที่ร้อนขึ้นทุกวัน ดังนั้น การวางแผนและออกแบบระบบความเย็นอย่างยั่งยืนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้อง สุขภาพ คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมทางภูมิอากาศ ของผู้คนทั่วโลก

เอกสารอ้างอิง (References)

ที่มาจาก: https://www.facebook.com/share/p/1CrnhfPoDN/